ค่ากาแฟและขนมในที่ทำงาน วิธีตั้งกองกลางและดูแลร่วมกัน
#group#how-to
พอแบ่งกันกินกาแฟและขนมในที่ทำงาน คนซื้อมักเป็นคนเดิมจนภาระเอียงไปข้างเดียว บทความนี้รวมจุดที่ควรเลิกเก็บเป็นครั้งๆ วิธีคิดยอดสะสมย้อนจากค่าใช้จ่ายจริง ความสำคัญของการให้เห็นยอดคงเหลือ และการส่งต่อที่ไม่พังตอนเปลี่ยนคนดูแล
กาแฟกับขนมในที่ทำงานมักเริ่มจากมีใครสักคนซื้อมา แล้วคนคนนั้นก็ซื้อต่อไปเรื่อยๆ
เพราะยอดมันเล็ก เลยไม่มีใครบอกว่านี่คือปัญหา มีแต่คนซื้อที่รู้ว่าเดือนหนึ่งหมดไปเท่าไร และผ่านไปหลายเดือนโดยยังหาจังหวะพูดไม่ได้
🍪 จุดที่ควรเลิกเก็บเป็นครั้งๆ อยู่ที่จำนวนคน ไม่ใช่จำนวนครั้ง
การเก็บทุกครั้งที่ซื้อยังใช้ได้ตอนคนน้อย ถ้ามีสามคน เก็บคนละยี่สิบบาทจากคนที่อยู่ตรงนั้นก็จบ
ที่พังคือตอนคนเพิ่มขึ้น พอเกินห้าคน จะมีคนไม่อยู่ตรงนั้นเสมอ คนที่ลุกไปพอดีตอนซื้อกลับมา คนที่วันนั้นทำงานที่บ้าน คนที่จะเข้ามาสัปดาห์หน้า วินาทีที่ต้องตัดสินว่าจะเก็บจากใครและไม่เก็บจากใคร การเก็บเป็นครั้งๆ ก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว
อีกจุดหนึ่งคือความถี่ สัปดาห์ละครั้งยังตามไหว แต่พอเป็นทุกวัน แรงที่ใช้ไล่เก็บจะมากกว่าตัวเงิน ถ้าคนเกินห้าหรือความถี่เกินสัปดาห์ละสองครั้ง ก็ถึงเวลาเปลี่ยนเป็นกองกลาง
💰 คิดยอดสะสมย้อนจากค่าใช้จ่ายจริง
ความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือไปตั้งตัวเลขกลมๆ ไว้ก่อน ถ้าตั้งว่าคนละ 200 บาทต่อเดือนแล้วค่อยมาคิดว่าซื้ออะไรได้ ยังไงก็ต้องไม่พอหรือเหลือเยอะเกินไปอย่างใดอย่างหนึ่ง
ลำดับที่ถูกคือกลับกัน ตั้งต้นจากค่าใช้จ่ายจริงหนึ่งเดือนแล้วหารด้วยจำนวนคน
| รายการ | ค่าใช้จ่ายจริงต่อเดือน |
|---|---|
| เมล็ดกาแฟและกระดาษกรอง | 600 บาท |
| ชา | 250 บาท |
| ขนมส่วนกลาง | 900 บาท |
| รวม | 1,750 บาท |
ถ้ามีสิบคนก็ตกคนละ 175 บาท จะปัดเป็น 200 บาทก็ได้ แต่ ต้องตกลงว่าส่วนที่ปัดขึ้นเป็นของใคร จะสะสมไว้ หรือเอาไปใช้กับการซื้อเดือนหน้า ถ้าปล่อยคลุมเครือแล้วทำซ้ำไปเรื่อยๆ จะมีวินาทีที่คนดูแลดูเหมือนได้ประโยชน์อยู่แน่นอน
👀 ถ้าไม่เห็นยอดคงเหลือ กองกลางจะหยุดไปเอง
สาเหตุที่กองกลางหยุดไม่ใช่ความไม่พอใจเรื่องจำนวนเงิน แต่เป็นการที่ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เหลืออยู่เท่าไร
ในมุมคนจ่าย การจ่ายทุกเดือนโดยไม่รู้ว่าเงินไปไหนนั้นรู้สึกไม่ดี ไม่ว่ายอดจะเล็กหรือใหญ่ ส่วนคนดูแลเองพอถูกถามแล้วตอบไม่ได้ ก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา
สิ่งที่ต้องมีไม่ใช่รายงานบัญชีละเอียดยิบ แค่ยอดคงเหลือกับของที่เพิ่งซื้อไปก็พอ ถ้า สร้างโปรเจกต์สำหรับกองกลางนี้ไว้หนึ่งอัน ใน Evere ยอดที่เก็บมากับยอดที่ใช้ไปจะอยู่ที่เดียวกัน พอมีคนถามก็แค่หันจอให้ดู
🙅 คนที่ไม่ดื่มไม่กินจะเอายังไง
ยังไงก็ต้องมีคนที่ไม่ดื่มกาแฟหรือไม่กินขนม ถ้าเก็บเท่ากันหมด คนที่ไม่ได้ใช้ก็จะจ่ายเงียบๆ ต่อไป
วิธีจัดการมีสามแบบ
- ให้เจ้าตัวเลือกเองว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม
- แยกตามรายการ โดยแยกบัญชีสายกาแฟกับสายชา
- ทำช่องร่วมแบบจ่ายน้อยลง
แบบแรกมีปัญหาน้อยที่สุดในทางปฏิบัติ การแยกตามรายการทำให้งานดูแลเพิ่มเป็นสองเท่า และการตั้งยอดต่างกันทำให้ต้องจำว่าใครอยู่ช่องไหน เหลือไว้แค่ร่วมหรือไม่ร่วมคือรูปแบบที่เบาที่สุด
ประเด็นว่าจะเรียกเก็บเท่ากันจากคนที่ไม่ได้ใช้หรือไม่ ก็โผล่มาในวงกินข้าวเหมือนกัน แนวคิดอยู่ใน คนไม่ดื่มต้องจ่ายเท่ากันไหม
🔑 มันพังตอนเปลี่ยนคนดูแล
กองกลางมักหายไปตอนคนดูแลย้ายแผนกหรือลาออก ถ้าเงินสดอยู่ในมือและบันทึกอยู่แต่ในหัวของคนคนนั้น พอส่งต่อ ที่มาของยอดคงเหลือก็หายไปด้วย
สิ่งที่ต้องส่งต่อไม่ได้มีแค่เงินสด แต่มียอดคงเหลือปัจจุบัน ประวัติการซื้อล่าสุด และรายชื่อคนที่ร่วมอยู่ ถ้ามีครบสามอย่างนี้ คนต่อไปก็ทำต่อแบบเดิมได้
ถ้าบันทึกอยู่ที่เดียว การส่งต่อก็แค่แชร์หน้าจอ ในทางกลับกัน ถ้าส่งแค่ซองเงินสด คนถัดไปก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเชื่อยอดที่บอกมา การไม่สร้างสภาพที่ต้องเชื่อใจอย่างเดียว คือเงื่อนไขเดียวของการทำให้มันอยู่ได้นาน ยิ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องถือเงินก้อนเล็กไปเรื่อยๆ บันทึกยิ่งเป็นสิ่งที่ปกป้องตัวคนดูแลเอง