ไทย
ดาวน์โหลด

ออกเงินแทนนิดหน่อย ทวงคืนแล้วดูงกไหม?

⏱ อ่านประมาณ 6 นาที

#group#communication

ทำไมค่ากาแฟ 85 บาทถึงพูดยากกว่าเงินก้อนใหญ่ ไม่ใช่เพราะยอดมันเล็ก แต่เพราะการทวงพาความหมายบางอย่างเข้ามาในความสัมพันธ์ ว่าด้วยจุดลงตัวที่ไม่ดูงกและไม่ต้องแบกไว้เอง

ซื้อกาแฟให้เพื่อนที่ร้านสะดวกซื้อ 85 บาท

เรื่องว่าจะพูดว่า “คืนด้วยนะ” ได้หรือเปล่านี่ คนคิดหนักกันจริง ๆ พูดไปก็อาจดูงก ไม่พูดก็เสียเงินเอง ทั้งสองทางไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย แต่กลับใช้เวลาตัดสินใจนาน

ยอดยิ่งเล็กยิ่งคิดหนัก พอมานั่งคิดดูก็เป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกัน

ทำไมยอดเล็กถึงทวงยากกว่า

ถ้าออกแทนไป 9,000 บาท ไม่มีใครลังเล อีกฝ่ายก็ตั้งใจจะคืนอยู่แล้ว ฝั่งเราก็พูดได้อย่างเป็นเรื่องปกติ เพราะพอยอดใหญ่ การทวงจะกลายเป็นเรื่องธุรการ

แต่ 85 บาทไม่ใช่เรื่องธุรการ การเอ่ยตัวเลข 85 บาทออกมามีความหมายอื่นติดมาด้วย มันบอกอีกฝ่ายว่าคนนี้นับละเอียดถึงขนาดนี้เลย สิ่งที่เราทวงคือค่ากาแฟ แต่สิ่งที่ส่งไปถึงคือภาพลักษณ์ของตัวเราเอง

คนเลยเงียบ เงียบแล้วก็จำไว้นิดหนึ่ง

ยอดที่ลืมได้ กับยอดที่ลืมไม่ลง

ที่กลายเป็นปัญหาจริง ๆ คือตอนที่ลืมไม่ลง

ถ้าเป็น 85 บาทครั้งเดียว คนส่วนใหญ่ก็ลืมจริง ๆ และไม่มีอะไรค้างในความสัมพันธ์ ที่ลำบากคือเวลามันเกิดซ้ำ

มื้อกลางวันทุกสัปดาห์ คนเดิมเป็นคนจ่ายก่อนตลอด ต่อให้ครั้งละ 150 บาท เดือนละสี่ครั้งก็ 600 บาท ครึ่งปีก็ 3,600 บาท มาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่ยอดเล็กแล้ว แต่ในเมื่อครั้งแรกไม่ได้พูดว่า “คืนด้วยนะ” การจะพูดตอนกลางทางก็ยิ่งยากกว่าตอนแรก

การทวงยอดเล็กมันกระดาก ไม่ใช่เพราะครั้งนั้นครั้งเดียวกระดาก แต่เพราะจำนวนครั้งที่ปล่อยผ่านไปสะสมจนไม่เหลือจังหวะให้พูด

คนที่โดนหาว่างก กับคนที่ไม่โดน

ทวงยอดเล็กเหมือนกัน แต่บางคนโดนหาว่างก บางคนไม่โดน

ความต่างไม่ได้อยู่ที่ยอด แต่อยู่ที่ความสม่ำเสมอกับทิศทาง

คนที่ทวงเฉพาะตอนตัวเองออกแทน แต่พออีกฝ่ายออกแทนกลับเงียบ จะถูกมองแบบนั้นไม่ว่ายอดจะเล็กหรือใหญ่ ตรงกันข้าม คนที่เอ่ยเองว่าอีกฝ่ายออกให้เท่าไหร่ ต่อให้ทวงยอดไม่ถึงร้อยบาทก็ไม่มีปัญหา เพราะสิ่งที่ส่งไปถึงคือ คนนี้กำลังพูดเรื่องบันทึก ไม่ใช่เรื่องได้เสีย

จังหวะก็มีผล พูดตรงนั้นว่า “งั้น 85 นะ” กับส่งข้อความไปอีกสามวันถัดมาเหมือนเพิ่งนึกได้ ความรู้สึกของคนรับต่างกันคนละเรื่อง อย่างหลังทิ้งความรู้สึกไว้ว่าคนนี้จำมาตลอดเลย

พูดอีกอย่างคือ สิ่งที่ตัดสินว่าดูงกหรือไม่ ไม่ใช่ยอดเงิน แต่เป็นท่าทีของเราเอง

ถ้าทำระบบไม่ให้สะสม ก็ไม่ต้องทวงอีกเลย

ทางที่ดีที่สุดคือกำจัดการทวงออกไปเลย

วิธีก็ง่าย ๆ คือ จดตรงนั้น แล้วค่อยหักลบกันทีหลัง ไม่จำเป็นต้องได้ 85 บาทคืนตอนนี้ แค่ให้มันไปหักลบตอนที่อีกฝ่ายออกเงินแทนบ้างก็พอ

พอทำได้แบบนี้ ฉากที่ต้องเอ่ยยอดเล็ก ๆ ก็หายไป จาก “คืนด้วยนะ” กลายเป็น “เคลียร์ยอดเดือนนี้กันเถอะ” ซึ่งไม่มีข้อมูลเรื่องภาพลักษณ์ติดไปด้วย เพราะมันมีแค่ตัวเลขเรียงอยู่

ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน จะเดือนละครั้งหรือหลังจบทริปก็ได้ ตกลงช่วงเวลาไว้แล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรจนกว่าจะถึงวันนั้น การไม่พูดจะไม่ใช่การอดทน แต่เป็นแค่การรอ

ที่เก็บบันทึกควรเป็นที่ที่คนสองคนขึ้นไปเห็นได้ ตัวเลขที่จดในโน้ตของตัวเอง สำหรับอีกฝ่ายคือ “ตัวเลขที่เขาอ้าง” แต่บันทึกที่แชร์กันคือข้อเท็จจริงเฉย ๆ ความต่างตรงนี้ใหญ่มาก

ถ้าใช้แอปอย่าง Evere ก็แค่บันทึกค่าใช้จ่ายไว้ แล้วเอาออกมาทีเดียวตอนเคลียร์ยอด ยังไม่ทันต้องมานั่งคิดคำทวง ก็ไม่ต้องไปถึงขั้นนั้นตั้งแต่แรก

ถ้าจำเป็นต้องหาคำพูดกันจริง ๆ ลองดูวิธีบอกเพื่อนให้คืนเงินโดยไม่กระอักกระอ่วน ที่รวมตัวอย่างข้อความไว้ แต่สิ่งที่ได้ผลจริงไม่ใช่ตัวอย่างข้อความ หากเป็นระบบที่ทำให้ไม่ต้องพูด

ตัดสินใจว่าจะไม่ทวง ก็เป็นคำตอบหนึ่ง

เขียนมาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องบอกว่า ไม่จำเป็นต้องจดทุกอย่าง

ส่วนที่ตัดสินใจแล้วว่าเลี้ยงไปเลย ไม่จดจะดีต่อใจกว่า มื้อวันเกิด เงินที่ออกแทนตอนอีกฝ่ายลำบาก ร้านที่เราเป็นคนชวนไปเอง ถ้าเอาพวกนี้ไปใส่ในบันทึก ทีหลังจะเกิดความรู้สึกว่า “อันนั้นถือเป็นหนี้นะ” ขึ้นมา

สิ่งสำคัญคือตัดสินใจเองว่าจะจดหรือไม่จด ถ้าไม่ตัดสินแล้วปล่อยผ่านด้วยคำว่า “ช่างมันเถอะ” มันจะค้างอยู่แบบลืมไม่ลง แต่วินาทีที่ตัดสินใจว่าเลี้ยง 85 บาทนั้นก็จบไปในใจเราเอง

เส้นจะขีดตรงไหนแล้วแต่คน มีแต่การไม่ได้ขีดเส้นเท่านั้นที่จะย้อนกลับมาทีหลัง

← กลับไปที่บล็อก