หารค่าทริปสกี ค่าลิฟต์ ค่าเช่าอุปกรณ์ แบ่งตรงไหน
#travel#group
คนหนึ่งมีบอร์ดของตัวเอง คนหนึ่งเช่าทุกอย่าง คนหนึ่งเป็นมือใหม่ที่ลงเรียน และอีกคนไม่เล่นเลย ใช้ทริป 4 คนที่พักที่เดียวกันและนั่งรถคันเดียวกันเป็นตัวอย่าง สรุปว่าค่าอะไรหารกัน ค่าอะไรจ่ายเอง
เพื่อน 4 คนไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่น พักที่เดียวกัน นั่งรถคันเดียวกัน แต่เงินที่แต่ละคนใช้ต่างกันมาก คนหนึ่งเอาบอร์ดของตัวเองไป คนหนึ่งเช่าทุกอย่างตั้งแต่ชุดยันบอร์ด คนหนึ่งเป็นมือใหม่ที่จองคลาสเรียนวันแรก และอีกคนไม่คิดจะเล่นเลย ตั้งใจไปแช่ออนเซ็นกับนั่งคาเฟ่
ถ้ารวมค่าใช้จ่ายทั้งทริปแล้วหารสี่ เพื่อนที่ไม่เล่นสกีก็ต้องช่วยจ่ายค่าลิฟต์ไปด้วย แต่ถ้าให้ทุกอย่างต่างคนต่างจ่าย ก็จะจำไม่ได้ว่าค่าที่พักหรือค่าทางด่วนใครออกไปเท่าไร ขีดเส้นแบ่งตามประเภทค่าใช้จ่ายไว้ก่อนออกเดินทาง ก็เลี่ยงความผิดพลาดได้ทั้งสองแบบ
🎿 ค่าอะไรหารกัน ค่าอะไรจ่ายเอง
ค่าใช้จ่ายทริปสกีเป็นประเภทที่ขีดเส้นง่าย ดูแค่ว่าเป็นเงิน “เพื่อเล่นสกี” หรือ “เพื่อตัวทริป” ก็แยกได้เกือบหมด
| ค่าใช้จ่าย | วิธีแบ่ง | เหตุผล |
|---|---|---|
| ค่าที่พัก | หารทุกคน | เล่นหรือไม่เล่นก็ต้องพัก |
| ค่าน้ำมัน ทางด่วน ที่จอดรถ | หารคนที่นั่งรถ | การเดินทางเป็นค่าใช้จ่ายของทริป |
| อุปกรณ์หน้าหนาวของรถ | หารคนที่นั่งรถ | เป็นส่วนหนึ่งของค่าเดินทางบนถนนหิมะ |
| ค่าลิฟต์ | คนเล่นจ่ายเอง | คนใช้กับคนไม่ใช้แยกกันชัด |
| ค่าเช่าอุปกรณ์ ค่าเรียน | จ่ายเอง | แต่ละคนต้องการไม่เท่ากัน |
| อาหารกลางวันบนลานสกี | จ่ายเอง | กินคนละที่คนละเวลา |
ในตารางนี้ที่ชวนลังเลมีแค่อุปกรณ์หน้าหนาวของรถ ยางสำหรับหิมะหรือโซ่ล้อของรถเช่า บางพื้นที่หรือบางบริษัทติดมาให้เลย บางที่ต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าต้องจ่ายเพิ่ม ก็นับเป็นค่าเดินทางเหมือนค่าน้ำมัน หารกันทุกคนที่นั่งรถ คนที่ไม่เล่นสกีก็นั่งรถคันเดียวกันบนถนนหิมะ จึงเป็นค่าใช้จ่ายของทุกคน
การหารค่ารถเอง เช่น คนขับควรจ่ายน้อยลงไหม อ่านรายละเอียดได้ที่หารค่ารถเช่ายังไง คนที่ไม่ได้ขับควรจ่ายเท่ากันไหม
🎟️ ค่าลิฟต์ต้องบันทึกเฉพาะตอนที่คนเดียวซื้อให้ทุกคน
ถ้าแต่ละคนซื้อบัตรลิฟต์ที่ช่องขายตั๋วเอง ก็ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ ปัญหาเกิดตอนที่มีคนหนึ่งซื้อออนไลน์ให้ทุกคนทีเดียว ซึ่งเจอบ่อยเพราะซื้อล่วงหน้ามักถูกกว่าและไม่ต้องต่อคิวตอนเช้า
คนที่ซื้อให้ก็คือคนที่สำรองจ่ายไปก่อน ตรงนี้ถ้าแต่ละคนเล่นสกีจำนวนวันไม่เท่ากัน ตัวเลขจะคลาดเคลื่อนได้ คนที่ตั้งใจพักแช่ออนเซ็นวันที่สองไม่จำเป็นต้องใช้บัตร 2 วัน ใครต้องการกี่วัน ให้ถามให้ชัดก่อนซื้อ
ถ้าลิฟต์หยุดเพราะสภาพอากาศ เงื่อนไขการคืนเงินแต่ละลานสกีไม่เหมือนกัน คนที่ซื้อให้ทุกคนควรดูเงื่อนไขการคืนเงินในหน้าชำระเงินไว้ วันจริงจะได้ไม่ต้องรีบอธิบาย
🧑🏫 มือใหม่กับมือโปร ใช้เงินกลับกัน
มือใหม่ต้องจ่ายค่าเช่าอุปกรณ์และค่าเรียน แต่ขึ้นลิฟต์น้อยกว่า มือโปรมีอุปกรณ์ของตัวเอง ไม่เสียค่าเช่า แต่เล่นตั้งแต่เช้ายันเย็น
ใครเล่นคุ้มค่าบัตรลิฟต์แค่ไหนก็ต่างกันไป แต่แทบไม่มีใครเอามาปรับตอนเคลียร์เงิน ในทำนองเดียวกัน บางคนอาจคิดว่า “มือใหม่เสียเงินเยอะ ช่วยกันออกให้หน่อย” แต่ค่าเช่าและค่าเรียนเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าตัวเลือกเอง ไม่เอาไปรวมกับค่าที่หารกัน จะไม่มีปัญหาทีหลัง
ถ้าเพื่อนให้ยืมบอร์ดของตัวเอง เราก็คงอยากตอบแทนอะไรสักอย่างแทนค่าเช่า วิธีเกลี่ยภาระระหว่างคนที่มีอุปกรณ์กับคนที่ไม่มี ใช้แนวคิดจากหารค่าแคมป์ยังไง เมื่อบางคนขนอุปกรณ์มาเองทั้งชุดได้เลย
♨️ คนที่ไม่เล่นสกี จ่ายแค่ที่พักกับค่าเดินทาง
ทริปสกีที่มีคนไม่เล่นปนอยู่หนึ่งคนไม่ใช่เรื่องแปลก บางคนตั้งใจไปออนเซ็นกับดูหิมะ บางคนเพิ่งหายเจ็บเลยไปเป็นเพื่อนเฉย ๆ
คนนี้หารแค่ค่าที่พักกับค่าเดินทาง ไม่ได้ซื้อบัตรลิฟต์ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเรียกเก็บ ถ้ามื้อเย็นรวมอยู่ในค่าที่พัก ก็ยังเป็นค่าใช้จ่ายของทุกคนตามเดิม
กลับกัน เงินที่คนไม่เล่นสกีใช้เองตอนกลางวัน เช่น ค่าออนเซ็นหรือคาเฟ่ เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ต้องออกจากเงินกองกลาง
🧮 ตัวอย่างทริป 4 คน 2 วัน 1 คืน
A มีบอร์ดของตัวเองและเป็นคนขับรถ B เช่าทุกอย่าง C เป็นมือใหม่ที่ลงเรียน และ D ไม่เล่นสกี ตัวเลขแปลงเป็นบาทแล้ว และเป็นแค่ตัวอย่างสำหรับคำนวณ
ค่าที่หารกันคือที่พักที่ B จองไว้ 12,000 บาท กับค่าน้ำมันและทางด่วนที่ A จ่าย 3,200 บาท ส่วนบัตรลิฟต์ C ซื้อออนไลน์แบบ 2 วันให้ 3 คนรวด เป็นเงิน 8,400 บาท ค่าเช่าอุปกรณ์และค่าเรียนแต่ละคนจ่ายเอง
| ที่พัก | เดินทาง | บัตรลิฟต์ | ต้องจ่ายรวม | สำรองจ่ายไป | ส่วนต่าง | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| A | 3,000 บาท | 800 บาท | 2,800 บาท | 6,600 บาท | 3,200 บาท | โอนออก 3,400 บาท |
| B | 3,000 บาท | 800 บาท | 2,800 บาท | 6,600 บาท | 12,000 บาท | รับคืน 5,400 บาท |
| C | 3,000 บาท | 800 บาท | 2,800 บาท | 6,600 บาท | 8,400 บาท | รับคืน 1,800 บาท |
| D | 3,000 บาท | 800 บาท | 0 บาท | 3,800 บาท | 0 บาท | โอนออก 3,800 บาท |
ยอดที่ต้องจ่ายรวมกันได้ 23,600 บาท เท่ากับยอดที่สำรองจ่ายไป โอน 3 ครั้งก็จบ คือ D โอนให้ B 3,800 บาท A โอนให้ B 1,600 บาท และ A โอนให้ C 1,800 บาท
D ที่ไม่เล่นสกีจ่ายน้อยกว่าอีก 3 คน 2,800 บาท ซึ่งเท่ากับบัตรลิฟต์หนึ่งใบพอดี ถ้ามีคนเล่นแค่วันเดียว ก็คำนวณแบบเดียวกันด้วยราคาบัตร 1 วัน
ถ้าใช้ Evere ตอนบันทึกค่าบัตรลิฟต์ แค่เอา D ออกจากผู้เข้าร่วม ก็จะได้ผลเหมือนตารางนี้ ส่วนที่พักกับค่าเดินทาง ตั้งทุกคนเป็นผู้เข้าร่วมและแบ่งเท่ากัน ใครต้องโอนให้ใครเท่าไร หน้าชำระจะสรุปให้ ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นเงินเยนก็บันทึกเป็นเยนได้เลย ระบบจะแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ตอนที่บันทึก
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้ามีคนมาสมทบแค่วันเดียวล่ะ เขาไม่ต้องจ่ายค่าที่พัก จ่ายแค่ค่าเดินทางกับบัตรลิฟต์ของวันนั้น ถ้าเดินทางมาเอง ก็ไม่ต้องหารค่าเดินทางด้วย เลือกผู้เข้าร่วมแยกตามแต่ละรายการ คนที่มาสมทบกลางทางก็คิดได้เองโดยไม่ต้องคำนวณเพิ่ม
Q. วันแรกบาดเจ็บ วันที่สองเล่นไม่ได้ ทำอย่างไร ถ้าบัตรลิฟต์ที่ซื้อแล้วคืนเงินไม่ได้ ก็ยังเป็นภาระของเจ้าตัว น่าเห็นใจ แต่ถ้าหารใหม่ทุกคน ก็เท่ากับให้คนอื่นจ่ายค่าบัตรที่ตัวเองไม่ได้ใช้ นี่คือเหตุผลที่ควรดูเงื่อนไขการคืนเงินไว้ก่อน
Q. ถ้ามีคนซื้อชุดสกีหรือแว่นระหว่างทริปล่ะ ของที่ซื้อเป็นของเจ้าตัว จึงเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ต่างจากของเช่าตรงที่ทริปหน้าก็ยังใช้ได้ ไม่นับรวมเป็นค่าทริปจะเป็นธรรมชาติกว่า
Q. ห้องพักแยกชายหญิง และราคาแต่ละห้องไม่เท่ากัน ทำอย่างไร มีทั้งแบบจ่ายตามราคาห้องของตัวเอง และแบบเอาค่าที่พักทั้งหมดมาหารตามจำนวนคน ถ้าราคาห้องต่างกันไม่มาก หารตามจำนวนคน ถ้าต่างกันมาก แยกตามห้องจะเป็นที่ยอมรับได้ง่ายกว่า