ไทย
ดาวน์โหลด

ทิปที่ต่างประเทศใครจ่าย? เอาเข้าหารกัน หรือแยกจ่ายเอง

⏱ อ่านประมาณ 6 นาที

#travel#currency

ทิปตอนเที่ยวต่างประเทศมีทั้งส่วนที่ต้องหารกันและส่วนที่ต้องจ่ายเอง บทความนี้แยกทิปเป็น 3 แบบ คือเซอร์วิสชาร์จ ทิปบนโต๊ะอาหาร และทิปให้บริการส่วนตัว เพื่อขีดเส้นให้กลุ่มไม่ทะเลาะกัน

การหารเงินในประเทศที่มีวัฒนธรรมทิป มักทะเลาะกันเกินขนาดของยอดเงิน เพราะ ทิปไม่ได้มีแบบเดียว มีทั้งที่บวกมาในบิลตั้งแต่แรก ที่วางไว้คู่กับมื้ออาหาร และที่ยื่นให้คนที่บริการเราเป็นการส่วนตัว ถ้าเหมารวมเป็นแบบเดียวกันหมด ก็ขีดเส้นไม่ได้

เกณฑ์ตัดสินง่ายมาก: ทุกคนได้รับบริการนั้นหรือเปล่า แค่ดูตรงนี้ก็ตัดสินได้เกือบทุกกรณี

ทิปแบ่งเป็น 3 แบบ

แบบตัวอย่างเอาเข้าหารไหม?
เซอร์วิสชาร์จที่บวกมาในบิลยอดที่บวกมาในใบเสร็จตั้งแต่แรกเอา (เป็นส่วนหนึ่งของยอดหน้าบิล)
ทิปที่วางไว้กับมื้ออาหารวางบนโต๊ะ หรือเพิ่มผ่านเครื่องรูดบัตรเอา
ทิปให้บริการที่เราได้รับคนเดียวพนักงานยกกระเป๋า แม่บ้าน ไกด์ส่วนตัวไม่เอา (จ่ายเอง)

สองแบบแรกเป็นค่าตอบแทนของบริการที่ทุกคนได้รับ จึงเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายนั้น ส่วนแบบที่สาม คนที่ได้รับเป็นคนตัดสินใจและเป็นคนจ่าย จะให้ใครยกกระเป๋าหรือไม่เป็นทางเลือกส่วนตัว จึงไม่มีเหตุผลจะไปเฉลี่ยให้คนอื่น

เซอร์วิสชาร์จในบิล ไม่ต้องคิดอะไรเลย

ถ้าใบเสร็จบวกเซอร์วิสชาร์จมาแล้ว นั่นคือส่วนหนึ่งของยอดหน้าบิล ตอนจดก็ใส่ยอดรวมทั้งเซอร์วิสชาร์จไปเลยจบ

ถ้าเริ่มพูดว่า “หารด้วยยอดที่ยังไม่รวมเซอร์วิสชาร์จสิ” ก็เท่ากับสร้างงานคำนวณใบเสร็จใหม่ขึ้นมา ทั้งที่ทุกคนก็กินมื้อเดียวกัน ไม่มีเหตุผลจะแยกตรงนั้น

ทิปของมื้ออาหาร ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมื้อนั้น

ไม่ว่าจะวางบนโต๊ะหรือกดเพิ่มที่เครื่องรูดบัตร ทิปก็คือการจ่ายค่ามื้อนั้น ถ้าจดค่าอาหารกับทิปเป็นรายการเดียวกัน การหารก็จะถูกต้องเองอัตโนมัติ

ปัญหาเกิดตอนที่ ทิปถูกออกโดยคนละคน

“บิลเดี๋ยวเรารูดบัตรเอง” “งั้นทิปเราวางเงินสดไว้ให้นะ”

วินาทีนั้นเอง บันทึกของทิปก็หายไป การรูดบัตรยังเหลือใบเสร็จ แต่เงินสดที่วางบนโต๊ะไม่เหลืออะไรเลย พอคิดว่าไม่กี่สิบบาทแล้วปล่อยไว้ มันก็ทบกันหลายรอบตลอดทริป

ทางแก้มีทางเดียว: คนที่ออกทิปจดบรรทัดเดียวตรงนั้นเลย ต่อให้ยอดน้อย ถ้ามีบันทึกก็จะถูกรวมให้อัตโนมัติตอนเคลียร์เงิน เหตุผลที่การจ่ายเงินสดหายจากบันทึกง่าย อยู่ในเที่ยวต่างประเทศแล้วเงินสด บัตร QR ปนกัน

ทิปส่วนตัว อย่าลากเข้ามาในการหาร

แม่บ้านโรงแรม พนักงานที่ยกกระเป๋าให้ รถรับส่งที่เราขอเอง พวกนี้จบที่ “คนที่ได้รับเป็นคนจ่าย”

เหตุผลที่ขีดเส้นไม่ใช่เพราะ “งก” แต่เพราะพอเอารายจ่ายที่เกิดจากดุลพินิจส่วนตัวมาหาร ทุกคนก็ต้องมาตกลงกันด้วยว่าจะให้หรือไม่ให้ และให้เท่าไหร่ พอมีใครอยากให้เยอะหน่อย ก็กลายเป็นไปเบียดกระเป๋าคนอื่น ซึ่งไม่มีใครรู้สึกดีด้วย

ด้วยแนวคิดเดียวกัน ค่าธรรมเนียมแลกเงินและค่าธรรมเนียมรูดบัตรต่างประเทศก็ให้เจ้าตัวรับผิดชอบเอง (หารเงินทริปต่างประเทศ)

ตกลงกันสักประโยคก่อนออกเดินทาง

ถ้าจะไปประเทศที่มีวัฒนธรรมทิป ตกลงกันแค่นี้ก่อนไป ก็สงบสุขแล้ว

ทิปของมื้ออาหาร รวมเข้าไปในค่าอาหารแล้วหารกัน ส่วนทิปส่วนตัว ใครของมัน

แค่นี้ การตัดสินใจหน้างานก็จบหมด การมีกติกาละเอียดยิบ สู้การที่ ทุกคนจำประโยคเดียวกันได้ ไม่ได้

❓ คำถามที่พบบ่อย

Q. ในกลุ่มเห็นไม่ตรงกันเรื่องจำนวนทิป คนที่ตัดสินใจคือคนที่อยู่ตรงนั้นและเป็นคนจ่าย อย่ามาพูดทีหลังว่า “ให้เยอะไปนะ” ถ้าคาใจจริง ๆ มื้อหน้าก็รับหน้าที่จ่ายเองซะ

Q. ในกลุ่มมีเพื่อนจากประเทศที่ไม่มีวัฒนธรรมทิป? บอกกันไว้ก่อนว่าจะทำตามธรรมเนียมของประเทศนั้น ถ้ามีคนไม่ให้ทิปเพราะ “ไม่รู้” คนที่นั่งด้วยกันจะเป็นฝ่ายกระอักกระอ่วนแทน

Q. แบบที่เครื่องถามว่า “ทิปกี่ %?” ยอดที่เลือกตรงนั้นจะขึ้นไปอยู่ในบิล ก็จดยอดรวมไปตามนั้นได้เลย เป็นการจ่ายค่ามื้อที่ทุกคนได้กิน จึงเข้าข่ายการหารกัน

← กลับไปที่บล็อก